กรมศุลกากรปรับกฎหมาย นำเข้า-ส่งออกศิลปวัตถุ คุมเข้ม


กรุงเทพฯ — กรมศุลกากรประกาศเตรียมปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบการนำเข้า-ส่งออก “ศิลปวัตถุ” เพื่อตรึงการลักลอบนำของเถื่อนเข้าสู่ตลาดและเพิ่มมาตรการตรวจสอบร่วมกับกรมศิลปากร โดยการหารือครั้งล่าสุดจัดขึ้นที่กระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2025

ผู้เข้าร่วมการประชุมซึ่งมีตัวแทนจากกรมศุลกากรและกรมศิลปากร ระบุว่า แนวทางการแก้ไขจะเน้นการเพิ่มข้อกำหนดด้านเอกสารการพิสูจน์แหล่งที่มา (provenance) การออกใบอนุญาตก่อนนำเข้า การใช้งานระบบอิเล็กทรอนิกส์รับรองหลักฐาน และการกำหนดโทษที่เข้มงวดยิ่งขึ้นสำหรับการนำเข้าศิลปวัตถุผิดกฎหมาย

นางสาวอภิชญา เกษมสันต์ (สมมติ) อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวในที่ประชุมว่า “เพื่อสกัดกั้นการลักลอบศิลปวัตถุและวัตถุโบราณ เราจำเป็นต้องปรับกรอบกฎหมายให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพิ่มการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และส่งเสริมการใช้ระบบดิจิทัลในการตรวจสอบ”

ด้านคุณ พนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ระบุว่า กรมศิลปากรจะเพิ่มบทบาทในการตรวจสอบและออกหนังสือรับรองวัตถุโบราณก่อนนำเข้าและส่งออก พร้อมจัดตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบเชิงวิชาการ ณ จุดผ่านแดนสำคัญ ๆ เช่น ท่าอากาศยานและท่าเรือหลัก

ในรายละเอียดที่มีการพูดคุยกัน กรมศุลกากรเสนอให้มีมาตรการสำคัญดังนี้:

  • กำหนดให้ต้องแนบเอกสารพิสูจน์แหล่งที่มาของศิลปวัตถุก่อนการขออนุญาตนำเข้า/ส่งออก
  • ออกระบบ e-Certificate สำหรับการรับรองโดยกรมศิลปากรและหน่วยงานต่างประเทศ
  • เพิ่มการตรวจสอบทางกายภาพและวิทยาศาสตร์ (เช่น การวิเคราะห์วัสดุ) สำหรับวัตถุที่มีความเสี่ยงสูง
  • ปรับปรุงโทษปรับและโทษอาญาสำหรับการนำเข้าของเถื่อน
  • กำหนดมาตรฐานการทำประกันภัยสำหรับการขนส่งงานศิลปะเป็นข้อบังคับในบางกรณี

ผลกระทบต่อผู้ค้า ผู้สะสม และพิพิธภัณฑ์ คาดว่าจะมีทั้งด้านบวกและด้านลบ โดยด้านบวกคือเพิ่มความน่าเชื่อถือของตลาด ลดการฟอกของโบราณวัตถุผิดกฎหมาย และสร้างความชัดเจนด้านกระบวนการกับต่างประเทศ ด้านลบคือต้นทุนและระยะเวลาในการนำเข้าจะเพิ่มขึ้น เช่น ค่าใช้จ่ายด้านเอกสาร การทำประกัน ค่าใช้จ่ายการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ และความล่าช้าในการผ่านพิธีการศุลกากร

คำแนะนำปฏิบัติสำหรับผู้ที่ต้องการนำเข้าศิลปะ (นำเข้าศิลปะ ต้องทำอย่างไร):

  1. ตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานแหล่งที่มา (provenance) เช่น ใบเสร็จ ใบรับรองความเป็นเจ้าของ เอกสารจากการประมูล
  2. ติดต่อกรมศิลปากรเพื่อขอการรับรองหรือคำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของวัตถุ
  3. ทำประกันภัยการขนส่งงานศิลปะตามมูลค่าและความเสี่ยงที่กำหนด
  4. ยื่นคำขออนุญาตนำเข้าต่อกรมศุลกากรพร้อมเอกสารประกอบและ e-Certificate เมื่อระบบเปิดใช้งาน
  5. เตรียมพร้อมสำหรับการตรวจสอบทั้งทางเอกสารและทางกายภาพ ณ ด่านศุลกากร
  6. จัดเตรียมแผนการขนส่งและคลังเก็บที่ตอบมาตรฐานการอนุรักษ์

บทบาทของกรมศิลปากรในการตรวจสอบศิลปวัตถุ จะขยายจากหน้าที่ให้คำปรึกษาและออกหนังสือรับรอง ไปสู่การมีส่วนร่วมโดยตรงในกระบวนการตรวจ ณ จุดผ่านแดน การจัดทำฐานข้อมูลวัตถุโบราณ และการประสานงานกับหน่วยงานระหว่างประเทศเพื่อตรวจยืนยันความชอบธรรมของวัตถุ

แผนการดำเนินงานเบื้องต้นระบุว่า ร่างกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องจะจัดทำเสร็จและเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อตรวจพิจารณาภายในไตรมาสที่ 1 ปี 2026 จากนั้นจะเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะประมาณ 30 วัน ก่อนกำหนดบังคับใช้อย่างเป็นทางการกลางปี 2026 ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนตามผลการรับฟังความคิดเห็น

ทั้งนี้ ผู้เกี่ยวข้องในตลาดศิลปะแนะนำให้เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด และพิจารณาทำประกันภัยและขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านพิธีการศุลกากรและการอนุรักษ์ล่วงหน้าเพื่อลดผลกระทบจากมาตรการใหม่